วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

The way to Lord Ganesha-01

        หลายอาทิตย์ก่อนผมได้ chat ผ่าน facebook กับเพื่อนฝรั่งคนหนึ่ง ชื่อ Mr. Honza Strard พ่อหนุ่มคนนี้เป็นชาว สาธารณะเช็ค ครับ แต่ไปเรียนโยคะที่อินเดีย  (แอบอิจฉาแกอยู่อย่างที่ได้ขึ้นไปเที่ยวเทือกเขาหิมาลัยแล้ว-แต่ผมยังนั่งฟังข่าวน้ำท่วมแถวชานเมืองกรุงเทพอยู่เลย) ก็พูดคุยกันหลายเรื่อง มีอยู่ประโยคหนึ่งที่ พ่อหนุ่มคนนี้ถามว่า Ganesh-honzaทำไมไม่เขียนเรื่องเกี่ยวกับพระพิฆเนศหละ “He lead your life” ใช่ครับโดนใจผมมาก ประโยคนี้นั้นแหละจึงเป็นที่มาของบทความนี้ครับ

      เนื้อหาของบทความผมคงไม่ โน้มน้าว, ก้าวก่าย, หรือตัดสินถูกผิด กับเรื่องราวที่เกี่ยวกับศาสนาหรอกนะครับและไม่ขัดแย้งกับผู้รู้ทั้งหลาย แต่ผมจะขอเสริมข้อมูลให้กับ น้องๆหลานๆ (คนยุค Generation Y 1985-2001& New Gen ) ที่สนใจเกี่ยวกับพระพิฆเนศ ผ่านคนยุค Generation x (1965-2000) อย่างตัวผม.

       ในยุคนี้นะครับ การสือสารออนไลท์ - โลกไซเบอร์ - อินเตอร์เน็ท -  คอมพิวเตอร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแล้วครับ ถ้าท่านกำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็แสดงว่าท่านกำลังใช้คอมพิวเตอร์ หลังจากอ่านบทความจบแล้วให้ ลุยเลยครับ พิมพ์ คำเหล่านี้ลงไปใน Seach Engine ที่คุณชอบ (Google ก็ดี)เช่น “ พระพิฆเนศ, พิฆเนศวร, คเณศ, เทพแห่งความสำเร็จ, ครูช่าง, ครูช้าง, ตรากรมศิลปากร, ฯลฯ (พระนามท่านมี 108 พระนาม) นั่นแหละครับข้อมูลท่านในแบบภาษาไทยจะหลั่งไหลมาให้ท่านเลือก(ประมาณ 550,000 ข้อมูล) ค้นหาแล้วอ่านนะครับ แล้วตัวท่านเองชอบข้อมูลไหน ให้ถามใจตัวท่านเองว่าชอบท่านแบบไหน ปางอะไร ? (นั่ง-นอน-ยืน-เดิน-เต้นรำ) เมื่อท่านเลือกรูปแบบของกริยาที่พระพิฆเนศทำ คือมี 5 กริยาตามข้างต้นแล้ว ก็เลือก สิ่งของที่อยากให้ท่านถือ ถ้าอยากให้พระพิฆเนศท่านถือสิ่งของเยอะ ก็ควรพิจารณาปางที่มีพระกรมากหน่อย มีให้เลือกตั้งแต่ 2 กร, 4 กร, 8 กร, 16 กร, 32 กร ครับ และสิ่งของในมือท่าน พระพิฆเนศ ก็มีอีกหลายหมวด เช่น  หมวดอาวุธ ก็มี ขวาน, ธนู, บ่วง, คฑา ฯลฯ หมวดเครื่องดนตรี เช่น วีณา (เครืองดนตรีทางอินเดียที่พระแม่สรัสวตีถือ) หมวดพืชและผลไม้ เช่น หัวผักกาด, มะม่วง, มะพร้าว, เมล็ดข้าว, น้ำผึ้ง ฯลฯ  มีหลายหมวดครับและสิ่งของที่พระพิฆเนศถือแต่ละชิ้น ในมือแต่ละมือก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไปอีกครับ แต่ที่แน่ๆต้องมี 1 มือ(พระหัตถ์) คือมือขวาที่มัก มีกริยาหงายมีอประทานพรให้แก่พวกเรา

       คราวนี้ก็มาถึงพาหนะและบริวารของท่านบ้าง ถ้าเราพิจารณา ปางหลัก 32 ปางของพระพิฆเนศแล้วจะเห็นว่าพาหนะท่านจะมีอยู่ 2 ชนิดคือ หนูและสิงโต โดย หนูจะเป็นทั้งบริวารและพาหนะที่พบเห็นบ่อยที่สุด ส่วนในปัจจุบันก็มีปางอืนๆที่มีพาหนะและบริวารอื่นเพิ่มเติมเช่น  พระพิฆเนศประทับบนหอยบ้าง, ประทับบนช้างบ้าง, เรือสำเภาบ้าง, พญานาคบ้าง เป็นต้น

       อย่าลืมนะครับ ให้ถามใจตัวท่านเองว่าท่านชอบพระพิฆเนศแบบไหน เลือกมา 1 ปางแล้วศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้ลึกซึ้งในปางนั้น ให้ใจของท่าน(ผู้อ่าน)นำพาไปหาปัญญา-ความรู้-คติธรรมหรือแม้แต่แก่นในการใช้ชีวิตที่ซ่อน อยู่ในตัวท่านพระพิฆเนศ แล้วท่านก็จะเหมือนกับทุกๆคนที่รักหรือบูชา พระพิฆเนศ ที่เริ่มจากพระพิฆเนศ ในดวงใจ 1 ปาง แล้วลองไปดูหิ้งพระที่บ้านพวกเขาในปัจจุบันซิครับ มีพระพิฆเนศมากกว่า 1 ปางแน่นอนทุกคน

       ท้ายนี้ผมขอฝากผลงาน คุณ Santoshi คนเขียน blog ชาวอินเดีย ฝีมือ photoshop จัดจ้าน(black2dart.blogspot.com) ที่มีพระพิฆเนศในจิตนาการของเขาเป็นอย่างไรสำหรับ คนยุค Generation y และผมอยากให้ดู vdo ที่ icon youtube ด้านล่าง ชื่อ file : my ganesha ว่าการร้องเพลงสรรเสริญพระพิฆเนศในสไตล์ hip-hop โดยศิลปิน mc yogi เป็นเช่นไรครับ คุณต้องชอบแน่ๆ  

                  Dark ganesh-01   Dark ganesh-02

และแน่นอนครับ บทความหน้าเป็นเรื่องของพระพิฆเนศใน Social network ติดตามกันนะครับ

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

King Rama 5

เนื่องในวันปิยะมหาราช มหาราชของปวงชนชาวไทยทุกคน

            Thai Arts

พระคาถาบูชาพระพุทธเจ้าหลวง แบบย่อ

"พระสะยามะมินโท วะโร อิติ พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง
พุทโธ นะโม พุทธายะ"
หรือแบบเต็ม "นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
อิติปิโส วิเสเส อิอิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโส อิอิโสตัง พุทธะปิติอิ
พระสะยามะมินโท วะโร อิติ พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง
พุทโธ นะโม พุทธายะ มาสีสะมานัง"

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Art-Dead-02

       ความจริงบทความนี้เป็นเนื้อหาเดียวกันกับ Art-Dead-01 แต่ผมแยกเนื้อหาและรูปภาพกับบทความแรกเพื่อความเหมาะสมนะครับ ต่อกันเลยนะครับ อีกไม่กี่วันก็ใกล้ถึงวัน ฮาโลวีน( วันที่สถานบันเทิงกลางคืนในประเทศไทยมักจะมีการประกวดผีสาวเซ็กซี่) ซึ่งเป็นวัฒนธรรม-ประเพณี ทางฝรั่งเขา  ถือว่าวันฮาโลวีนนี้เป็นวันดี เหมาะสำหรับจัดงานแต่งงาน การทำนายโชคชะตา หรือแม้แต่เรื่องความตายยังถือว่า วันนี้เป็นเพียงวันเดียวที่ภูติผีวิญญาณจะช่วยดลบันดาลให้สิ่งที่คนเป็นต้องการสามารถเป็นไปตามใจปรารถนา ประมาณเที่ยงคืนของวันฮาโลวีนสาวอังกฤษจะออกมาหว่าน และไถกลบเมล็ดป่าน พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน และท่องคาถาร้องขอให้มองเห็นภาพของว่าที่คู่ชีวิตของตนในอนาคต เมื่อสาวเจ้าเหลียวมองผ่านบ่าด้านซ้ายก็จะได้เห็นภาพนิมิตของผู้ที่จะมาเป็นสามีของตนในอนาคต   อีกประเพณีหนึ่งของชาวอังกฤษ คือ การหย่อนเหรียญ 6 เพนนีลลงในอ่างน้ำ พร้อมแอปเปิ้ล ผู้ใดสามารถแยกแยะของสองสิ่งนี้ออกจากกันได้โดย ใช้ปากคาบเหรียญ และใช้ส้อมจิ้มแอปเปิ้ลให้ติดได้ในครั้งเดียว ผู้นั้นจะมีโชคดีตลอดปีใหม่ที่กำลังจะมาเยือน (ข้อมูลจาก Sanook.com)

       อย่างที่บอกครับ บทความนี้กล่าวถึง ศิลปกับความตาย โดยมองผ่านสัญลักษณ์อย่างหนึ่งคือหัวกระโหลก ครับ ผมกำลังจะกล่าวถึงคนกลุ่มหนึ่งที่มีมุมของ ศิลปกับความตาย เช่นกันแต่ได้เพิ่มอีกอย่างลงไป คือร่างกายของพวกเขา ใช่ครับพวกเขาสัก ศิลป-ความตายตามรสนิยมของเขาลงในร่างกายของเขา (ถ้ามองดีๆน่าจะให้ข้อคิดเยี่ยมๆได้เลยครับ)

Tattoo-art-dead
    
       ในวันฮาโลวีนนี้คิดว่าพวกเขาคงออกไปร่วมงานแต่ไม่ต้องตกใจนะครับ ไปทำความคุ้นเคยกับพวกเขาก่อน เข้าไปที่ google แล้วพิมพ์คำว่า weird tattoo ข้อมูลพวกเขาจะออกมาให้ท่านๆ ชมความงามของศิลปตามรสนิยมของเขาครับ ส่วนอีกอันหนึ่งที่ผมนำมาฝากคือ ไอเดียเยี่ยมๆของธุรกิจที่ขายเครื่องมือทางการแพทย์ เขาสามารถสื่อให้เห็นถึงศักยภาพ-ความสามารถของตัวสินค้าที่เขาขายอยู่

calendar-art-dead

       ครับเขานำนางแบบมาโพสท์ท่าทางเ ซ็กซี่แล้ว x-ray ครับแล้วพิมพ์เป็นปฏิทินให้ลูกค้าเขา ถ้าจะตั้งฉายาของงานชุดนี้ผมขอเสนอให้ชื่อว่า สุดยอดปฏิทิน xxx นะครับแล้วผมจะนำ url ของที่นี่มาลงให้ เผื่อมีคนสนใจเพิ่มเติม อีก 2 รูปสุดท้ายของศิลป-ความตาย(ผ่านหัวกระโหลก) แต่สามารถสื่อทั้ง 2 อย่างแล้วเป็นสินค้าขายทางอินเตอร์เน็ตได้อีกด้วยครับ

                                 

    ก็หวังว่า บทความชุดนี้ คงสะท้อนแง่มุมที่ทุกคนไม่ค่อยจะนึกถึงได้นะครับ Art and Dead-ขอบคุณครับ

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Art-Dead-01

           บางทีนะครับ คนเราก็พยายามลืมความจริงประโยคหนึ่ง คือ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย  หรือ ยอมรับบางข้อ คือ เกิดมาแล้ว แต่ฉันไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตาย  แต่การเกิด-การแก่-การเจ็บ-การตาย  นั่นแหละครับคือ สิ่งที่จะเกิด กับทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง ทุกๆการกระทำในโลกนี้ ไม่ว่าในวงการไหน หนีประโยคนี้ไม่พ้นครับ ก็จะขอหยิบมุมมองของความตายที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งคือ หัวกระโหลกครับ คือถ้าใครเห็นหัวกระโหลก คงไม่คิดว่าเจ้าของกระโหลกนี้ มีชีวิตสุขสบายดีหรือเปล่านะครับ แน่นอนครับ ตายแน่นอน แต่ในทางศิลปได้หยิบยกความจริงข้อนี้(ความตาย) มาสื่อให้ผู้คนได้เห็นและยอมรับว่ายังมีความตายอยู่รายรอบตัว-ในชีวิตประจำวัน แล้วแฝงคติธรรม ความเชื่อทางศาสนา ลงไปในงานนั้น โดยเฉพาะศาสนาคริสท์ ที่ผู้คนต้องไปโบถส์ ทุกสัปดาห์ ต้องเห็นงานศิลปประเภทนี้ในชีวิตประจำวันของเขาแน่นอน อย่างรูปที่ผมลงก็ ถ่ายจากโบถส์หนึ่งในอังกฤษเป็นงานสลักหินครับ(ไม่ใช่ถอดพิมพ์ยางแล้วเทเรซิ่น)    


                                                       
           ส่วนศานาอื่นๆก็มีครับแทบทุกศาสนา  อย่างรูปถัดมา  ก็เป็นหัวกระโหลกที่ประดับบนองค์พระพิฆเนศ (Lord Ganesha) ซึ่งศิลปแนวนี้มักพบมากแถบอินโดนืเซีย (ใครมีข้อมูลเพิ่ม ช่วยเขียนลงใน comment ใต้บทความเลยนะครับ-ยินดีครับ)
                                                                                                     
  
vinayak-vanich
                                                 
           ส่วนรูปนี้ก็เป็นแม่กาลี(Kali Ma) รูปนื้เป็นงานสลักหินที่วัดแห่งหนึ่งในประเทศ เนปาลเป็นปางที่ช่วงบนขององค์ท่านเหมือนปางอื่นทุกประการ จะต่างกันที่ท่านั่งที่นั่งชันเข่า  บางที่ก็เรียกนามท่านว่า Nar Devi  และเช่นเคยครับ สร้อยที่ท่านสวมอยู่ก็เป็นศรีษะของมารที่ท่านปราบ(บ้างก็เป็นหัวกระโหลก) (ภาพของเดิมสีซีดมากตกแต่งใหม่โดย vinayak-vanich)


vinayak-vanich

           ต่อด้วยงานแบบไทย ภาพด้านซ้ายคือท่านพระยายม ซึ่งท่านถือไม้เท้าหัวกระโหลกตามคติความเชือ และภาพต่อไปเป็นท่านท้าวเวสสุวรรณ ถือไม้เท้าหัวกระโหลกเช่นกัน (ภาพนี้ผลงานของคุณ boy เข้าไปใน facebook นะครับแล้วพิมพ์คำว่า tadatada แล้วจะพบคุณบอยที่นั่น)





           จะเห็นนะครับว่า ไม่ว่าศาสนาไหนมักจะแฝงคติหรือความจริงเรื่องความตายผ่านทางศิลปเพื่อสื่อให้ผู้ที่ชมงานเหล่านั้นให้รู้สึกได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับผมแล้วผมแค่รู้สึกว่าเวลาที่เรามีอยู่ในโลกนี้น้อยจัง มีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำเลยครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เก็บตก Links

       วันนี้ผมขอมาเก็บตก links ที่ผมขึ้น ลิ๊งค์ ไว้นานแล้วแต่ลืมบอกรายละเอียด จริงๆต้องอยู่ในบทความ ลิ๊งดีๆน่าติดตาม" แต่คงไม่สายนะครับต้องขอโทษด้วยครับ เริ่มกันเลยครับ ลิ๊งค์ที่ผมว่านี้ คือ





www.reurnthai.com - เรือนไทย.วิชาการ.คอม ที่ได้รับรางวัล - เว็บดีเด่นประจำปี 2549 ครับ ที่นี่ สาระแน่นปึ๊กเช่นเคยครับ อยากรู้เรื่องไทยๆ ลองแวะมาที่นี่ดูก่อน พกความสงสัยอยากรู้เข้าไปตามหมวด
               - ศิลปวัฒนธรรม        - ภาษาวรรณคดี
               - ระเบียงกวี               - ชั้นเรียนวรรณกรรม
               - หน้าต่างโลก           - ประวัติศาสตร์
               - ทันกระแส               - ห้องหนังสือ
               - ชมรมอนุลักษณ์ภาพจิตรกรรมไทย

ไปที่นี่เลยครับ www.reurnthai.com    รับรองว่าคุณได้ความรู้กลับมาอีกแน่นอน หรือใครต้องการจะ share สิ่งที่ตัวเองมีและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นในแบบไทย ก็สมัครเป็นสมาชิกไปเลยครับ ที่ผมชอบส่วนตัวคือหมวด - ชมรมอนุลักษณ์ภาพจิตรกรรมไทย- ที่นี่ใครไปเที่ยวไหนมา(วัดไทย) แล้วได้ถ่ายรูปไว้ เขาเอามา share กันในนี้ครับ บางกระทู้มีประวัติต่างๆให้เสร็จ นับเป็นการอนุรักษ์จิตรกรรมไทยไปในตัว -เยี่ยมครับ
    
        ส่วนอีก link ก็เป็นที่ที่เขาตั้งใจ เอาหนังสือธรรมะ มาแจก(ฟรี) หรือร่วมสบทบทุนพิมพ์หนังสือธรรมะ ก็ไปที่นี่นะครับ www.96rangjai.com ในเว็บเขาก็มีความรู้เกี่ยวกับทางพุทธศาสนาในเรื่องต่างๆให้คุณได้อ่านเช่นกัน

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Raj Prasong & I

        วันก่อนผมนั่ง เช็คข้อมูลในหน้า facebook profile ของผม บังเอิญให้เห็นบทความของ Nueng Chom แห่ง BKK girl (http://bangkokgirllife.blogspot.com/ ) update  บทความของเธอมาเรื่อง การกลับมาของห้าง  Center World ทำให้ผมนึกถึงตัวเองขึ้นมาว่า ไม่ได้ตามข่าวใดๆทั้งสิ้นที่เกี่ยวข้องกับแยกนี้เลย ทั้งทาง วิทยุ-ทีวี-หนังสือพิมพ์ ตั้งแต่มีเหตุการณ์ใหญ่ที่แยกนี้เมื่อหลายเดือนก่อน จนเห็นบทความนี้ ก็นึกถามตัวเองว่าเรามีเหตุการณ์อะไรบ้างที่เราไปเกี่ยวข้องที่แยกนี้ 

         อย่างแรกก็ต้องย้อนไปโน่นเลยครับตอนเรียนจบมหาลัย ปีแรก ได้เข้าทำงานที่ บริษํทญี่ปุ่น บน ถ.สีลม วันนั้นต้องทำงานนอกสถานที่ให้บริษัท หลายอย่างครับ จนเย็น มานึกได้ว่า ลืมกล้องถ่ายรูปที่ไปถ่ายรูปสินค้า  ที่ผิดสเปกเพื่อเครมของกลับไปที่ ญี่ปุ่น มูลค่าสินค้าในกล้องก็ 7 หลัก ครับ นึกตั้งนานว่าผมไปลืมทิ้งไว้ที่ไหน ก็นึกไม่ออก นั่งเหงื่อตก หันไป หันมา เห็นพระพรหม(เอราวัณ) ท่านมองอยู่ ก็ไม่รู้ทำไงครับ ขอพรท่านซะเลย ช่วยลูกช้างด้วย ปรากฏว่า ได้ผลครับ บ่ายวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ ธ.ไทยพาณิชย์ สนง.ใหญ่(สมัยก่อนอยู่แยกวิทยุตัด ถ.เพชรบุรี) โทรมาบอกว่ามีกล้องของ บริษัทลืมไว้บน เคาเตอร์ ธนาคาร ก็เลยรอดตัวไปครับ....ได้กล้องคืนด้วยความเมตตาของท่านพระพรหมเอราวัณกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร



เรื่องที่สอง ก็ เป็นรูปพระตรีมูรติ(แยกราชประสงค์) ที่ผมทำไว้นานแล้ว เห็นว่าเริ่มพบบ่อยชึ้นทางเน็ต ไหนๆก็ไหนๆครับ download ฟรีได้เลยครับ ทั้งภาพจริงต้นฉบับที่ผมถ่ายไว้ และภาพกราฟฟิกที่ทำขึ้นใหม่ ภาพต้นฉบับให้ไว้เผื่อใครอยากตกแต่งภาพตามสไตล์ของตัวเอง ส่วนภาพที่ทำกราฟฟิกใหม่ ก็   บอก e mail มาที่ผมเลยครับหรือพิมพ์ ที่คอมเมนต์บทความนี้ก็ได้ จะส่งภาพให้สำหรับผู้ที่ ศรัทธาท่านจริง ฟรีเหมือนเดิม ใครที่ต้องการต้นฉบับก็ไปที่นี่ นะครับ  http://picasaweb.google.co.th/vinayak.vanich/Trimurati?feat=directlink




ยังมีอีกมากนะครับเกี่ยวกับเรื่องศาสนา กับ แยกราชประสงค์ ไว้จะนำบทความมาลงภายหลังให้สมกับชื่ อ

                                          Hindu Gods Interscetion In thailand

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

Thailand troungh the lens(of foreigners)

           สวัสดี อีกแล้วครับท่าน  วันนี้ผมนำสิ่งดีๆมาฝาก เป็นเรื่องมุมมองของต่างชาติที่ได้เข้ามา เที่ยวเข้ามาอยู่ในเมืองไทย แล้วเขาเหล่านั้นก็นำสิ่งสวยงามของชาติเรา ไปบอกกล่าวให้ชาวโลก(ไซเบอร์)รับรู้ว่าประเทศเราสวยงามอย่างไรบ้าง ช่วงหลังๆข่าวเรื่องของประเทศไทยฟังแล้วน่าหงุดหงิดไม่น่าพอใจพวกเราโดยเฉพาะคำว่า”ความเชื่อมั่นของต่างชาติ” แต่ผมขอเถียงครับ เรื่องเงินก็ส่วนของเรื่องเงิน แต่เรื่อง ความสวยงามของไทยและศิลปะของไทย ต่างชาติมั่นใจแน่นอน ดูงานของพวกเขาซิครับ สวยมากนะครับ แถมรูปบางรูปก็มีลิขสิทธิ์ อยากได้ต้องเสียเงิน (ภาพประเทศไทยแท้ๆ) และที่สำคัญพวกเขาก็มั่นใจฝีมือของเขาครับ งานก็ออกสวยมาก  โดยเฉพาะบางรูปได้รับการโหวตจากชาวโลกไซเบอร์ จนติดดาว(ภาพประเทศไทยนี่แหละ) เห็นงานของพวกเขาแล้วอิจฉาครับ ก็ตรงที่พวกเขาได้เห็นสิ่งสวยงามรอบโลกด้วยตาของเขาจริงๆ-เคลื่อนไหวได้ แต่ผมได้แค่มองภาพเหล่านั้นแล้วจินตนาการ ภาพเหล่านั้นเอาเอง รูปเหล่านี้อยู่ที่ flickr ครับ นำมาpreview 3-4 คน ที่ผมชอบส่วนตัว ก็ดูตามลำดับเลยนะครับ คนแรก ก็ 

Mr.Eric Rousset







Mr. iamguava






Mr.Zedzap





       แถมคนสุดท้าย  Mr.Honza Strnad    2 รูปนี้ผมชอบเป็นพิเศษเพราะมี แค่ 2 สีครับ ขาว-ดำ แต่ให้ความรู้สึกมากมายเหลือเกิน สงบ-เหงา-เปล่าเปลี่ยว-ถูกทอดทิ้ง-(แต่ท่านยังอยู่-ให้เราเห็น) 



       ตามกันไปค้นหาใน flickr นะครับพิมพ์ชื่อของพวกเขาในช่อง seach ใน flickr เจอตัวกันแน่นอนครับ แล้วผมจะนำผลงานของคนไทยมาบ้าง ทั้ง ใน flickr และ picasa มาให้พวกเราที่ชอบเสพงานศิลปะแบบไทยๆมาให้ชมกัน อีกที่ ก็มี น้องชม แห่ง http://bangkokgirllife.blogspot.com/ ได้บอกที่ๆรวมสถานที่สวยงามไว้หัวข้อว่า fairytale-destinations ก็สวยงามครับตามไปที่นี่นะครับ ถูกใจแน่นอน มีความสุขทุกคนนะครับ............สวัสดีครับ

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

vinayak-vanich ส่วนหัวของ Blog

       สวัสดีครับ บทความนี้ขอกล่าวถึงตัวตนของบล็อคนี้นะครับ อย่างที่คอนเซ็ปของบล็อคนี้ บอกไว้นะครับว่าถ้าคุณชอบไหว้พระสวดมนต์ ถ้าคุณชอบงานศิลปแบบไทยๆ ถ้าคุณพักผ่อนโดยการท่องเที่ยว-ทานของอร่อย และท้ายสุดถ้าคุณชอบพระพิฆเนศ นั่นคือตัวตนของบล็อคนี้”  ทั้งหมดนี้ผมได้แปลงเป็นส่วนหัวของบล็อคเรียบร้อยแล้วครับ
       ในส่วนแรกนี้ ในประโยคของถ้าคุณชอบพระพิฆเนศชื่อของท่านก็อยู่ในส่วนของชื่อบล็อค และโลโก้บล็อคครับ ซึ่ง วินายัก (Vinayak) ก็คือ ศรีสิทธิวินายัก หนึ่งในแปด อัษฏะวินายัก เทวรูปพระพิฆเนศที่เกิดจากหินธรรมชาติ

ตั้งอยู่ที่เมือง สิทธิเตก ประเทศ อินเดีย ความสำคัญของท่าน ศรีสิทธิวินายัก องค์นี้คือถ้าอยากจะขอพรเรื่องความสำเร็จ ในด้านการงาน ต้ององค์นี้เลยครับและมีความเชื่อว่าจุดแรกที่สร้างโลกของพระพรหมคือสถานที่นี้ครับ และเป็นสถานที่พระพิฆเนศทรงสมรสกับพระนางสิทธิและพุทธิครับ ส่วนประวัติของทั้ง 8 องค์จะนำมาลงภายหลังนะครับ ส่วน วาณิช (Vanich) ก็ไม่มีอะไรมากครับก็แค่ชื่อต้นของนามสกุลผมแค่นั้นเอง. Vinayak-Vanich ผมใช้ ฟอนต์ amazon ซึ่งชอบ มานานให้ความรู้สึกเป็นกันเองและสนุกสนาน ส่วนเจตนาแอบแฝงอื่นไม่น่าจะมีนะครับเพราะมันตรงเกินไปที่จะบอกว่า บล็อกนี้จะขาย ของ amazon.com

       ในด้าน โลโก้ ผมใช้สีส้ม เพราะเป็นสีที่พบบ่อยในศานาฮินดู และทำไมต้องเป็น โลโก้ทรงกลม คำตอบคือผมชอบเจ้า Smiley ครับ เจ้าวงกลมสีเหลือง ยิ้ม ที่เราเห็นกันมานาน . ด้านในของวงกลมสีส้ม ก็เป็นกราฟฟิก ลายเส้นรูปท่านศรีสิทธิวินายัก ครับ(ลองดูตามรูปท่านองค์จริงกับกราฟฟิก) ส่วนดอกชบานั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งในสิ่งต่างๆทีมีไว้บูชาท่านในศาสนาฮินดูครับ.

       ถ้าคุณชอบไหว้พระสวดมนต์ ถ้าคุณชอบงานศิลปะแบบไทยๆในคอนเซ็ปนี้ ผมใช้ลายไทย จากภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภายในวัดพระแก้ว สื่อความหมายนี้ครับ แน่นอนว่าในขีวิตคนเราต้องมีอย่างน้อย 1 ครั้งที่เราต้องเข้าไปในวัดไม่ว่าจะเข้าไปทำกิจกรรมอะไรก็ตาม แล้ววัดอะไรหละที่จะมีความสำคัญและมีความหมายต่อชาวไทยทุกคน ในขณะเดียวกันภายในวัดนั้นจะมีศิลปไทยในระดับชั้นครูอยู่ด้วยหละ  คงมีอยู่ไม่กี่ที่หรอกนะครับและผมคิดว่าภาพที่นำมาทำกราฟฟิกนั้นก็น่าจะเหมาะสมแล้ว 



       ส่วนไอคอน รูปธงชาติไทย ผมชอบไอเดียของ  1.Google แปลครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนชาติอะไรจงเลือกอ่านในภาษาของคุณเองถ้าคุณไม่ถนัดภาษาอังกฤษ(เข้าท่าครับ)  2.Flag Counter ไม่ว่าใครมาจากที่ไหนเข้ามาดูในบล็อคคุณ เราจะแสดงสัญชาติของเขาให้ (เข้าท่าครับ) 3.ผมไปเจอบางเว็บบางบล็อคพวกเขาติดธงชาติของเขาไว้เลยครับ ไม่ใช่เว็บหรือบล็อคของพรรคการเมืองหรือพวกคลั่งชาติหรอกนะครับ แต่เป็นการแสดงตัวตนของเขาในโลกไซเบอร์ให้ผู้ชมเว็บของเขารู้ว่า เว็บนี้ผู้ทำเว็บเป็นคนชาติอะไร(ด้วยการมอง) ผมเลยคิดว่าทำไมไม่แสดงสัญชาติตัวเองไปในโลกไซเบอร์นี้เลยหละ ผลของการคิดทั้งหมดทั้งสิ้นก็มาปรากฏอยู่ในส่วนหัวของ บล็อคตามที่ท่านเห็นอยู่นี่ไงละครับ 

ขอบคุณครับ

    

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

ของดีประจำ Blog

        สวัสดีครับ บทความนี้ขอพูดให้ทราบถึงสิ่งดีๆที่ผมใช้ประจำในการทำ Blog ไม่ใช่ code, icon, widget หรือ plugs in element อะไร แต่เป็น Blog ครับ Blog ทั้งBlog เลยครับ เป็นที่ที่รวม ความรู้ตั้งแต่ beginer ยันขั้น advance ก็ยกมาให้ดู 3 Blog ครับเป็นของคนไทยทั้งนั้น อ่านง่ายเข้าใจง่าย ไม่ปวดหัว

http://www.hackublog.com
เพราะบอกกันละเอียดถึงวิธีการทำแต่ละขั้นตอน เนื้อหาครอบคลุมหัวข้อที่เกี่ยวกับการเขียน Blog เกือบทั้งหมด (ลองพกข้อสงสัยของคุณเข้าไปรื้อค้นคำตอบใน 3 Blog นี้ซิครับ รับรองครับว่าเจอแน่)
http://bloggerbuild.blogspot.com
แนะนำให้ bookmark ใส่ browser ของคุณไปเลยครับ ส่วนผมก็ทำ link รอไว้แล้วที่ All About  Blog(ทางด้านขวา) เพื่อพาท่านไปที่นั่น

http://siamblogspot.blogspot.com/
 แถมอีก 2 link ครับคือ elementiks.com เป็น Blog ที่รวบรวมเครื่องมือเขียน Blog ภาคฝรั่ง เครื่องมือ-อุปกรณ์ มีมากมายครับ อยากเพิ่มเติมสิ่งใดไปที่นี่ได้ (ขอบคุณ hackublog.com ที่แนะนำไป) และอีกที่ gettyicons.com ก็เป็นที่ รวบรวม ไอคอนไว้ มีครบทุกหมวด ทุกขนาด ถ้า ต้องการไอคอนไว้ใช้ใน Blog ของท่าน ไปที่นี่แล้ว รับรองว่ามีติดไม้ติดมือกลับออกมาแน่ครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการเขียน Blog นะครับ