วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตลาดร่มหุบ

       ตลาดร่มหุบตลาดแม่กลอง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ตลาดเสี่ยงตาย” เป็นตลาดที่ติดอยู่กับ สถานีรถไฟแม่กลอง และก็เป็นส่วนหนึ่งของตลาดเทศบาลจังหวัดสมุดสงคราม ชื่อเต็มๆที่เป็นทางการ

vinayak-vanich
ของตลาดแห่งนี้ก็คือตลาดราชพัสดุ กรมธนารักษ์ เริ่มมาตั้งขาย บริเวณทางริมรถไฟประมาณปี พ.ศ. 2527 ซึ่งเมื่อแรกสร้างเสร็จและเริ่มเปิดการค้าขายก็ดูจะเหมือนตลาดปรกติ แต่ในที่สุดพื้นที่ตลาดด้านในตัวอาคารเกิดความแออัดพื้นที่ไม่เพียงพอ พ่อค้าแม่ค้าจึงเริ่มขยายแผงค้าออกมาด้านริมทางรถไฟ และในที่สุดก็กางร่มกางผ้าใบปิดคลุมบนรางรถไฟโดยเปิดช่องกลางรางรถไฟให้เป็นทางเดินของผู้มาจับจ่ายข้าวของในตลาด

       ด้วยเป็นเส้นทางรถไฟสายสั้นๆที่ใช้กันในท้องถิ่นโดยวันหนึ่งๆจะมีขบวนรถไฟจากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่วิ่งมาสถานีมหาชัยเป็นหลัก และมีรถไฟท้องถิ่นวิ่งให้บริการต่อมาถึงสถานีแม่กลองแห่งนี้วันละ 4 ขบวน ซึ่งเป็นขบวนสั้น ๆ มีพียง 2 ตู้โดยสารเท่านั้น แม่ค้าพ่อค้าจึงจับจองใช้ประโยชน์พื้นที่บนรางรถไฟทำมาค้าขายกันเป็นส่วนใหญ่ และปล่อยให้ขบวนรถไฟใช้ทางผ่านไปในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในแต่ละขบวน โดยพ่อค้าแม่ค้าในตลาดจะรู้เวลารถวิ่งผ่านเป็นอย่างดี

vinayak-vanich

 โดยรถไฟจะผ่านตลาดร่มหุบเข้าจอดที่สถานีแม่กลองเวลา 08.30 น.,11.10 น.,14.30 น.และ17.40 น.โดยประมาณ และออกจากสถานีแม่กลองเวลา 06.20 น.,09.00 น.,11.30 น. และ 15.30 น.  ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่รถไฟแล่นมาใกล้จะถึงในชั่วไม่กี่อึดใจ พ่อค้าแม่ค้าก็จะรีบเก็บผ้าใบ หุบร่ม บางร้านก็เข็นดันแผงขายสินค้าที่ติดล้อเลื่อนเล็ก ๆ ไว้ด้านล่าง เลื่อนหลบเข้ามาให้พ้นจาก  ขบวนรถไฟที่จะเคลื่อนผ่าน บางแผงที่วางสินค้าแบบแบกับพื้นดินติดชิดรางรถไฟก็ตั้งวางสินค้าอยู่เช่นนั้นโดยไม่เก็บ เพราะคำนวณความสูงของพื้นตู้รถไฟไว้แล้วว่าสูงพ้นและสามารถ เคลื่อนผ่านไปได้อย่างไม่มีปัญหา เรียกว่าพ่อค้าแม่ค้าที่นี่มีประสบการณ์ มีการคำนวณและการออกแบบดัดแปลงแผงค้าของตนให้พร้อมกับปฏิบัติการหลบหลีกการเคลื่อนผ่านของขบวนรถไฟไว้เป็นอย่างดี ซึ่งตอนที่ขบวนรถไฟเคลื่อนผ่านนั้น ก็วิ่งไปด้วยความเร็วปรกติ มิได้ค่อยๆคลานผ่านช้าๆแต่อย่างใด 

vinayak-vanich


และเมื่อขบวนรถผ่านไปนั้น พ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มกางร่ม กางผ้าใบ ดันแผงสินค้าจัดวางสินค้าเข้าให้ที่เข้าทางจนเรียบร้อยเหมือนเดิมขายของกันอย่างเป็นปรกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนผู้คนที่มาเดินจับจ่ายก็รอให้รถไฟผ่านเสร็จก็เลือกซื้อของที่ค้างอยู่เมือนาทีที่แล้ว ใช่ครับ กิจกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นและเป็นไปภายในเวลาไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำ นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อตลาดร่มหุบ และที่มาของความเป็นตลาดที่มีความพิสดารจนมีชื่อดังไปทั่ว


       และเมื่อมาเยือนตลาดแม่กลอง หรือตลาดร่มหุบ แล้วก็อย่าลืมซื้อปลาทูแม่กลองของแท้ติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากด้วยนะครับ โดยปลาทูแม่กลองของแท้นั้นต้องตัวไม่โตนักและมีลักษณะลำตัวสั้นป้อมเป็นปลา หน้างอคอหักเพราะปลาทูแม่กลองนั้นเขานิยมหักคอให้หัวปลางอเข้ากับรูปทรงของเข่งที่มีพื้นที่จำกัด และท่านจะได้พบเห็นสินค้าอื่นๆอีกมากมายที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นๆด้วยครับ



การเดินทางไปตลาดร่มหุบ
       1. รถส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม 2 (ถนนธนบุรี-ปากท่อ เดิม)   ไปถึงหลัก กม.ที่ 63 ชิดซ้าย ใช้ทางคู่ขนานต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงครามถึงสี่แยกแรกตรง    ไปเข้าตัวตลาดถึงสี่แยกที่สอง(แยก โรงพยาบาล สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า) เลี้ยวขวาและตรงไป  ข้ามทางรถไฟ ก็จะถึง ตลาดแม่กลอง หรือตลาดรถไฟ
       2. รถไฟ รถไฟไปแม่กลอง จะเริ่มจากวงเวียนใหญ่ (นั่งจากหัวลำโพงไม่ได้) โดยไปลงที่มหาชัย  และจากมหาชัยนั่งเรือข้ามฟากไปฝั่งท่าฉลอม เพื่อขึ้นรถไฟต่อจากสถานีบ้านแหลมไปยังแม่กลอง(ปลายทาง)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 10บาท(ตอนนี้ฟรี) ถ้าคุณอยู่ที่โบกี้สุดท้าย แล้วมองผ่านกระจกหลังรถออกไป เวลาผ่าน ตลาด พอรถไฟผ่านไป พ่อค้าแม่ค้าก็จะกลับมาตั้งร้านเหมือนเดิม ชนิดไล่หลังรถไฟกันเลยทีเดียว
       3.รถประจำทาง,รถตู้ บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม ลงที่ตลาดแม่กลองได้เลย โดยมีรถจากสถานี ขนส่งสายใต้ ตั้งแต่เวลา 05.50-21.00   หรือนั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัย สายแม่กลอง มีรถออก ทุกชั่วโมง ไปลงที่ตลาดแม่กลอง



       ส่วนท่านผู้อ่านที่เดินทางโดยรถส่วนตัวก็สามารถจะจอดรถไว้ที่ลานจอดรถหน้าวัดเพชรสมุทรวรวิหารหรือวัดหลวงพ่อบ้านแหลมที่อยู่ใกล้ๆ เข้าไปกราบนมัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลมพระพุทธรูปสำคัญของเมืองสมุทรสงคราม แล้วค่อยเดินมาที่ตัวตลาดซึ่งใช้เวลาเดินเพียงประมาณ 5 นาที .... ขอให้สนุกในการเดินทางนะครับ
(รูปภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก)